|
|||||||||||
|
|||||||||||
สวัสดีครับ เราได้ตั้งหัวข้อนี้ขึ้นมาเพราะว่าการที่คนไทยมาพักอาศัยหรือใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน
ความเป็นอยู่ก็แตกต่างกันไป ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเอง เช่น อาหารการกิน การดูแลรักษาสุขภาพ และ อื่นๆ
เรื่องอาหารการกิน อาจจะไม่ลำบากนัก เพราะที่นี่ก็มีร้านอาหารไทยหรือร้านขายของไทยหรือร้านเอเชียอยู่หลายแห่ง
และเรื่องสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจำเป็นต้องดูแล โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล อุณหภูมิตอนกลางวันและกลางคืนอาจเปลี่ยนแปลงมาก
ประกอบกับการเรียน การทำงานอย่างหนัก มีเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ
อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยได้ การเจ็บป่วยเมื่ออยู่ต่างประเทศอาจเป็นปัญหาสำคัญได้ ถ้าการเจ็บป่วยนั้นๆ
ไม่ได้เป็นแค่การเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่าง ไข้หวัด หรือโรคทั่วไปที่เราสามารถรักษาด้วยตัวเองได้
แต่เป็นการเจ็บป่วยที่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยโรค และการสั่งยา
ผู้เขียนเองก็เคยเจ็บป่วยหลายครั้ง ก็มีบางครั้งที่ต้องไปใช้บริการคลีนิค และโรงพยาบาลบ้าง
จริงๆแล้วที่มหาลัยก็มีคลีนิคเปิดให้บริการทุกวันเวลาทำงานครับ แต่จะเป็นการรักษาและปฐมพยาบาลทั่วไปเท่านั้น
เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ทำแผล อื่นๆ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นแค่พยาบาลที่อยู่ประจำ
คุณหมอจะเข้ามาประจำสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือคลีนิค
หรือโรงพยาบาลขนาดเล็กนั้นบางครั้งคุณหมอหรือพยาบาลไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ (เคยเจอครับ)
ตัวเราเองก็สื่อสารภาษาเกาหลีได้นิดหน่อย อธิบายอาการก็ไม่ค่อยจะถูก ^^’ ก็ไม่รู้ว่าคุณหมอเข้าใจอาการเราถูกต้องหรือไม่
แล้วเราได้รับยาถูกหรือเปล่า ก็เลยอยากแนะนำว่าให้ไปโรงพยาบาลหรือคลีนิคใหญ่ๆ จะดีกว่า เสียเงินเพิ่มขึ้นอีกนิดแต่ชัวร์และสบายใจกว่า
คลีนิคและโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลของคลีนิคและโรงพยาบาล เราก็มีข้อมูลของโรงพยาบาลหลายๆที่มาแนะนำครับ ก็ลองดูครับว่าที่ไหนที่สะดวกที่สุด ทุกที่ล้วนแต่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานครับ (ขอบคุณข้อมูลจากเพื่อนๆ ชาวเกาหลีครับ ^^) 1) Samsung Medical Center (삼성서울병원)![]() การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 3 ลงที่สถานีเออวอน (Irwon station) ทางออกที่ 3 ![]() 2) Seoul National University Hospital (서울대학병원)ข้อมูลเพิ่มเติม www.snuh.org/pub/index_frame.jsp/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 4 ลงที่สถานี เฮฮวา (Haehwa station) ทางออกที่ 3 ![]() 3) Asan Medical Center (서울아산병원)ข้อมูลเพิ่มเติม www.amc.seoul.kr/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 2 ลงที่สถานี ซองแน (Seongnae station) ทางออกที่ 1 ![]() 4) Korea University Anam Hospital (고려대학 병원)ข้อมูลเพิ่มเติม http://anam.kumc.or.kr/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 6 ลงที่สถานี อานัม (Anam station) ทางออกที่ 1 5) Severance Hospital (세브란스 병원)ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.severance.or.kr/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 2 ลงที่สถานี ซินโชน(Sinchon station) ทางออกที่ 3 6) Kangnam St. Marry’s Hospital (강남성모병원)ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.cmckangnam.or.kr/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 2 ลงที่สถานี ซอโช (Seocho station) ทางออกที่ 7 โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 3 ลงที่สถานี เอ็กเพรสบัสเืทอมินอล (Express Bus Terminal station) ทางออกที่ 2, 7 โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 7 ลงที่สถานี เอ็กเพรสบัสเืทอมินอล (Express Bus Terminal station) ทางออกที่ 3, 4 7) Seoul Sungsim General Hospital (서울성심병원)ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.sshosp.co.kr/การเดินทาง : โดยรถไฟใต้ดินสายที่ 1 ลงที่สถานี ชองยังฮี (Cheongnyangni station) ทางออกที่ 3 ร้านขายยา ร้านขายยาหรือที่ภาษาเกาหลีเรียก 약국(อ่านว่า ยากกุก) มีพบเห็นอยู่ทั่วไปทั้งบริเวณที่ใกล้คลีนิคและโรงพยาบาล และตามสถานที่ต่างๆ เมื่อเราได้รับใบสั่งยาจากคลีนิคหรือโรงพยาบาล ถ้าเป็นยาโดยทั่วไปทางโรงพยาบาลหรือคลีนิคจะให้เราออกมาซื้อยาข้างนอก เราสามารถหาซื้อยาได้จากที่นี่ โดยยื่นใบสั่งยาให้กับเภสัชกรประจำร้าน ที่นี่การซื้อยาค่อนข้างเข้มงวดครับ ไม่เหมือนบ้านเราที่ใครอยากจะซื้ออะไร มีเงินก็ซื้อได้ สำหรับร้านขายยาที่นี่ ถ้าเป็นยาทั่วไปเช่นยาแก้ปวดหรือยาลดไข้ เช่น สิ่งเหล่านี้เราสารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยปราศจากใบสั่งยาจากแพทย์ แต่ยาบางชนิด ยกตัวอย่างเช่นยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เช่น อะม็อกซีซิลลิน (Amoxycillin) เราไม่สามารถซื้อได้ครับ จะต้องมีใบสั่งยาเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครอยากได้ก็หิว้ติดตัวมาจากเมืองไทยครับ ^^ นอกจากนี้ถ้าใครเป็นไข้หวัด หรืออาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วไปหาซื้อยาที่ร้านขายยา เภสัชกรอาจแนะนำให้กินยาลดไข้ พร้อมกับยาสมุนไพรอื่นๆ เช่น가스활명수 (อ่านว่า กาสสึฮวาลมียองซู), 쌍화탕 (อ่านว่า ซังฮวาทัง) or 홍삼화탕 (อ่านว่า โฮงซามฮวาทัง เป็นเครื่องดื่มผสมโสม) หรืออาจมีน้ำบ๊วยซึ่งให้วิตามินซี (คิดว่าหลายคนคงเคยดื่มแล้ว หาซื้อได้แม้กระทั่งซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ทั่วไป) ซึ่งเป็นยาบำรุงร่างกายทั่วไป ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ ^^ ที่นี่ oriental medicine treatment ได้รับความนิยมอย่างสูงครับ แถมยังมีโรงพยาบาลมาตรฐานเทียบชั้น western style ด้วยครับ ดังนั้นคนที่มีอาการหวัดหรือที่เรียกว่า (อ่านว่า กัมกิ) ถ้าไม่ได้สั่งยาเอง แต่ให้ทางร้านจัดให้ ส่วนใหญ่จะได้รับยาประมาณนี้ (แบบว่ากินหลายครั้งแล้ว T.T) แต่ทางที่ดีที่สุดการดูแลสุขภาพตัวเองสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่ไม่รู้สาเหตุเกิดขึ้น ควรไปโรงพยาบาลปรึกษาแพทย์จะดีกว่าหาซื้อยามารับประทานเอง ^^ ![]()
|
|||||||||||
![]() |
![]() |
|
|
|
|